บิ๊กโจ๊ก รอด100%! สตช.ละเว้นไม่ใช้ม.120ว.4 ออกคำสั่งให้ออกจากราชการ เผยอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด

วันนี้ผมมีข่าวบิ๊กJจ๊กมาอัปเดตกันครับ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา นายช่างทองโอภาสิริวิทย์ อดีตตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดได้ ออกมาให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านช่อง YouTube กฎหมายและคดีปกครองกับช่างทอง โอภาสิริวิทย์เกี่ยวกับกฎหมายพรบ.ตำรวจ แห่งชาติปี 2565 และกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำ สั่งให้บิ๊กโจ๊กออกจากราชการไว้ก่อนผมรู้ สึกดีใจที่ผู้พิพากษาอย่างท่านช่างทองออก มายืนยันสิ่งที่ผมเข้าใจและเชื่อมาโดย ตลอดเกี่ยวกับมาตรา 120 และคำสั่งให้บิ๊ก โจ๊กออกจากราชการไว้ก่อนนั้นมิชอบด้วยกฎ หมายท่านช่างทองเปิดประเด็นด้วยการตั้ง
ข้อสังเกตว่าน่าจะมีปัญหาการใช้และการตี ความกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งสตช.ให้บิ๊กโจ ออกจากราชการไว้ก่อนที่สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติมิได้นำเอาบทบัญญัติตามมาตรา 120 วัคซีนของพรบ.ตำรวจแห่งชาติปี 2565 ที่ บัญญัติว่าในระหว่างการสอบสวนจะเอาเหตุ แห่งการถูกสอบสวนมาเป็นข้ออ้างในการ ดำเนินการใดให้กระทบต่อสิทธิ์ของผู้ที่ ถูกสอบสวนไม่ได้เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาจะ สั่งให้พรรคราชการหรือสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ สอบสวนการที่สตช.
ใช้มาตรา 131 ในการ พิจารณาให้บิ๊กJกออกจากราชการไว้ก่อนนั้น ก็ถือว่าไม่ผิดนะครับตราบใดที่ไม่ขัดกับ มาตรา 120 วัคซีนดังนั้นท่านช่างทองจึง ตั้งคำถามว่าสตช.เหอะไที่ละเว้นไม่ ปฏิบัติตามกฎหมายมาตรา 120 วั ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าการออกคำสั่งให้บิ โจ๊กออกจากราชการไว้ก่อนได้กระดอก คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้าย แรงย่อมแสดงให้เห็นว่าการออกคำสั่งดัง กล่าวมิได้ถือปิบัติตามบทบัญญัติตามมาตรา 120 วของพรบตำรวจแห่งชาติปี 2565 จึงถือเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ ซึ่งในคลิปนี้ท่านช่างทองก็ได้นำเอา เอกสารที่ทางสตช.ยื่นแก่กพ.คตร.
ในการจระหะ ประเดม ให้ความสนใจพร้อมกับสรุปโดยยความสำคัญ เพื่อให้แก่การเข้าใจ ทางสตช.อ้างว่าแม้จะมีการแต่งตั้งคณะ กรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแต่ก็ยังไม่ได้ แจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น ไปให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนได้ทราบจึง ยังไม่ถือว่ามีการสอบสวนหรืออยู่ระหว่าง การสอบสวนคณะกรรมการสอบสวนจึงไม่สามารถ ให้คำแนะนำแก่ผู้บังคับบัญชาได้จึงไม่ ต้องปฏิบัติตามมาตรา 120 วั ประการแรก ท่านก็ยิ้มๆแล้วไม่มีอะไรที่พูดประมาณว่า แล้วตั้งคำถามกลับว่าเหตุผลแบบนี้ฟังขึ้น ด้วยหรือเหตุผลประการที่ 2 ครับทางสตช.
อ้างว่ามาตรา 131 กับมาตรา 120 เป็นบท บัญญัติที่แยกต่างหากกันซึ่งในมุมมองของ สตช.มาตรา 120 เป็นเพียงการเปิดช่องให้ คณะกรรมการสอบสวนได้สามารถแนะนำผู้บังคับ บัญชาได้แต่ข้อเสนอแนะนั้นก็มิได้มีผล เปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติของผู้บังคับ บัญชาแต่อย่างใดนอกจากนั้นทางสตช.ยังได้ อ้างว่าการใช้อำนาจสั่งการตามมาตรา 131 นั้นก็เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเช่นเดียว กันกับผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายข้าราชการ พลเรือนสามัญอีกด้วยเกี่ยวกับประเด็นนี้ ท่านช่างทองบอกว่าในอดีตเนื้อหาของกฎหมาย ข้าราชการพลเรือนจะเหมือนกับเนื้อหาของกฎ หมายข้าราชการตำรวจแต่หลังจากที่ถูกยก
เลิกและมีกฎหมายข้าราชการพลรือนสามัญปี 2551 และพรบ. ทั้งความแตกต่างกันอีกต่อไปเชการเพิ่ม มาตรา 120 ในพรบ. แห่งชาติ 2565 เพื่อช่วยปิรูปข้าราชการตำรวจเป็นต้นที่ ด้วยเหตุนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงไม่ สามารถที่จะอ้างแนวปฏิบัติของผู้บังคับ บัญชาของข้าราชการพลรือนสามัญ ตัว ประเด็นที่ 3 ครับสตช.อ้างว่ายังมีเหตุ เกี่ยวกับการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือเหตุที่ถูกฟ้องคดีอาญาทำให้ต้องออกคำ สั่งให้บิ๊กโจ๊กออกจากราชการไว้ก่อนเพราะ ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม มาตรา 120 เรื่องนี้ท่านช่างทองก็ได้ฝาก ให้พิจารณาดังนี้ครับถ้ามีการแต่งตั้งคณะ
กรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้วไม่มีทาง อื่นนอกจากที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 120 วัเท่านั้นมาถึงประการที่ 4 ที่ทางสตช. อ้างว่ามาตรา 92 ให้อำนาจผู้บังคับบัญชา สั่งพรรคราชการไว้ก่อนได้นั้นเป็นความ จริงในกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทิ้งงาน หรือไม่มาทำงานเกินกว่า 15 วันผู้บังคับ บัญชาสามารถสั่งให้พรรคราชการได้แต่ถ้ามี การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ขึ้นแล้วผู้บังคับบัญชาก็ต้องดำเนินการ ตามมาตรา 120 วัคซีนเช่นกันครับ ในการพูดคุยวันนี้ก็จะได้นำเอาเหตุผลที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้ในการออกคำ สั่งดังกล่าวมาเพื่อประกอบการวิเคราะห์
ของทุกท่านด้วยครับก็จะได้มีการศึกษา อย่างกว้างขวาง สำหรับประเด็นบทบัญญัติของตำรวจของพรบ. ตำรวจแห่งชาติที่เห็นว่ามีปัญหาการใช้และ การตีความในกรณีนี้นั้นมีอยู่ 2 มาตรา หลักๆครับคือมาตรา 120 วรรควรรค 4 กับ มาตรา 131 วรรค 1 และวรรค 6 นะครับอ่าผม จะขอนำเรียนมาพิเคราะห์ในส่วนของมาตรา 120 ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาใจกลางของเรื่องนี้ ครับตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเมื่อ ใดเนี่ยนะครับท่านต้องไปขอคำแนะนำจากคณะ กรรมการสอบสวนวินัยเสียก่อนจึงจะสามารถ ใช้อำนาจที่จะออกคำสั่งพรรคราชการหรือให้ ออกราชการไว้ก่อนได้อันนี้เป็นหลักกฎหมาย
ครับที่ต้องทำนะครับถามว่านะครับสำนัก แห่งชาติเนี่ยมีเหตุผลอย่างไรจึงได้ออกคำ สั่งให้พล.ตำรวจเอกสุรเชษฐหักพานเนี่ยออก จากราชการไว้ก่อนโดยมิได้นำบทบัญญัติตาม มาตรา 120 วรรค 4 มาใช้นะครับก็คือละเว้น ไม่ใช้เลยนะครับผมจะนำเหตุผลที่สำนักตุน แห่งชาตินะครับได้ให้ คำชี้แจงต่อคณะกรรมการเอ่อพิทักษ์ลำบก คุณธรรมคำของตำรวจครับกพค.
ตำรวจนะครับ ซึ่งท่านได้วินิจฉัยอุธรณ์ของพล.ตำรวจเอก สุรเชษฐหัดผ่านในนั้นเนี่ยมีเหตุผลมีคำ ชี้แจงของสำนักงานตำรวจชาติผมจะนำมาสรุป โดยย่อนะครับนะครับที่เห็นว่าสำคัญมา เพื่อประกอบการพิจารณาวิเคราะห์ของทุก ท่านประการแรกสุดเนี่ยนะครับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติให้เหตุผลว่าแม้จะมีการแต่ง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในกรณีของท่านพลเอก สุรเชษฐหักพาเนี่ยนะครับแต่ ก็ยังมิได้แจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบสวนนั้นไปให้ประธานคณะกรรมการสอบสวน ชาติ จึงยังไม่ถือว่ามีการสอบสวนหรืออยู่ ระหว่างการสอบสวนนะครับคณะกรรมการสอบสวน จึงไม่สามารถให้คำแนะนำต่อผู้กบัญชาได้
จึงไม่ต้องปฏิบัติก็คือจึงไม่ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 120 อันนี้เป็นหัวประการแรกนะผม ก็จะไม่มีข้อสังเกตใดๆครับท่านคิดว่ามี เหตุผลฟังได้มั้ยว่าแม้จะตั้งคณะกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแหล่งแล้วพลเอกพลตำนเอก สุรเชษฐหักผ่านแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งให้ ประธานคณะกรรมการสอบสวนรับทราบจึงยังไม่ ถือว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนอันนี้เป็น เหตุผลประการแรกนะครับเอ่อผมผมไม่มีข้อ สังเกตก็ให้ท่านไปช่วยดูแล้วกันนะครับ ประการที่ 2 นะครับเอ่อก็บอกว่าไอ้เจ้า มาตรา 120 วรรค 4 หรือมาตรา 131 วรรค 1 วรรค 6 เนี่ยนะครับมันเป็นบทบัญญัติที่ แยกต่างหากกันนะครับมีความมุ่งหมายต่าง
กันนะครับนะโดยเอ่อสำนักตชแห่งชาติก็ให้ ผลไอ้มาตรา 120 เนี่ยเป็นเพียงการเปิด ช่องนะความจริงท่านบอกว่าเป็นบทบัญญัติ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถูก สอบสวนแต่ตัวนี้ท่านก็ทิ้งไว้เฉยๆแล้ว ท่านก็บอกต่อไปว่า เป็นการเปิดช่อง นะให้คณะกรรมการสอบสวนเนี่ยสามารถเสนอแนะ ต่อผู้คบัญชาได้นะครับในเรื่องการสั่ง พรรคราชการหรือสั่งออกราชการแต่ข้อเสนอ แนะของคณะกรรมการกสลก็มิได้มีผลเปลี่ยน แปลงแนวทางปฏิบัติของผู้มีอำนาจเนี่ยหรือ ผู้บัญชาเนี่ยตามมาตรา 131 แต่ยังไงเอ่อ ประการถัดมาที่ท่านกล่าวอ้างก็คือว่า มีบทกฎหมายอื่นในพรบ.ตำรวจเนี่ยที่ให้
อำนาจผู้บัญชาสั่งพรรคราชการได้ท่านก็มาก อ้างถึงมาตรา 92 ผมเข้าไปดูแล้วล่ะครับ มาตรา 92 ของพรบ.ตำรวจแห่งชาตินั้นเป็นบท กฎหมายที่อยู่ในหมวดที่ว่าด้วยนะครับเอ่อ การบรรจุแต่งตั้งและเลื่อนขั้นเงินเดือน นะครับเป็นกรณีที่กฎหมายนะครับบัญญัติให้ คุณบัญชาเนี่ยกรณีที่ข้าราชการตำรวจนะ ครับทิ้งงานหรือขาดงานเกินกว่า 15 วัน เนี่ยนะครับให้ผู้บัญชาเนี่ยสามารถสั่ง พรรคราชการไว้ก่อนได้นะ ถามว่าถ้ามาตรา 92 นั้นไม่เกี่ยวกับการ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นะครับ มันก็ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1 มาตรา 100 120 วรรค 4 นะเหตุของเหตุเหตุผลทางกฎ
หมายของมาตรา 120 เนี่ยนะครับคือถ้ามี เหตุของการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นะครับแล้วก็การสอบสวนนั้นยังอยู่ระหว่าง การสอบสวนการสอบสวนนั้นยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จก็คือหมาย ถึงว่าการอยู่ระหว่างการสอบสวนอันนั้นจึง จะต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 120 วรรษ 4 ครับแต่ถ้าท่านบอกว่าเอ่อมีข้าราชการ เนี่ยนะครับนะครับเอ่อขาดงานเกินกว่า 15 วันผู้บัญชาสั่งพรรคราชการ นะครับ เพื่อสอบสวนหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ถ้า ท่านไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยแรงตาม มาตรา 100 20 วัคซีมันก็เป็นคนละบทกฎหมายไม่อยู่ใน บังคับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *