ช็อกเศร้า รำลึกอาลัย ดาวร้ายเบอร์ 1 ของวงการ จากไปในวัย 95 ปี เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

นี่คือเรื่องราวบางแง่มุมของนักแสดงเจ้า บทบาทที่ถือได้ว่าเกิดและเติบโตมาในยุค 2499 และมีบทบาททางสายนักเลงอย่างชัดเจน เกชาเปลี่ยนวิถีดาวร้ายเบอร์ 1 ของวงการ ภาพยนตร์ไทยชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ถึง 180 ซม.พูดน้อยยิ้มง่ายแววตาทรงพลังไม่ชอบ ระดานหาเรื่องใครคนนี้วัยรุ่นนักเลงแถววง เวียน 22 เยวราชและหัวลำโพงต่างเรียกเขา ว่าบังชาหัวลำโพงเขาเป็นหัวหน้าคุมคิวรถ เมล์สายกรุงเทพโคราชทำมาหากินในเขตย่าน ของตนไม่ข้องเกี่ยวกับใครมีลูกน้องที่จัด สรรหน้าที่รับผิดชอบอย่างลงตัวมากมาย บังชาหัวลำโพงคุมคิวรถเมล์สายกรุงเทพ โคราชโดยเขากับลูกน้องจะติดรถสายนี้แล่น
ล่องไปด้วยทุกเที่ยวไหนคนแน่นที่นั่งเต็ม เขาก็จะพาลูกน้องขึ้นไปนั่งบนหลังคารถ สมัยก่อนรถประจำทางจะมีที่สำหรับเก็บ สัมภาระของผู้โดยสารอยู่บนหลังคารถก็ อาศัยนั่งกันบนนั้นไปตลอดทางในวันรถแน่น เพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง เดินรถหากมีใครเมามาขึ้นรถแล้วทำท่าทำทาง ก่อกวนเอะอะโวยวายทำตัวมีปัญหาน่ารำคาญ แก่ผู้โดยสารคนอื่นๆบังชาหัวลำโพงและลูก น้องก็จะเชิญลงจากรถเมื่อถึงสถานีต่อไป โดยพยายามไม่ใช้ไม้แข็งพูดดีๆได้ก็พูดไม่ มีโรงไม้ลงมือเหตุผลเพราะยังต้องหากินกับ เส้นทางสายนี้อยู่ทุกวันอย่างมากก็เชิญ เดินลงจากรถแบบตรงไปตรงมาแต่ทว่าเด็ดขาด
ยิ่งนักน้อยนักที่จะมีการใช้กำลังกันสัก ครั้งแต่ไม่ถึงกับเลือดตกยางออกแต่เป็น การแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิผู้โดยสารคน อื่นๆเอาไว้เท่านั้นถ้าวันไหนว่างไม่ได้ ไปคุมรถบังชาหัวลำโพงจะพาตัวเองไปสิงสถิต อยู่แถววังบูรพาขลุกอยู่ที่นั่นตั้งแต่ เช้ายันดึกแถวนี้ถือเป็นย่านเชี่ยวย่าน ชุมนุมของหนุ่มสาวที่[เพลง]ใหญ่อีกแห่ง หนึ่งของเมืองหลวงเสียงเพลง rock แอน์ row ของเอวิสเพสลียดังกระหึมรูปภาพของเจมส์ มองไปเกลื่อนตาบรรยากาศตะวันตกอบ ปวนไปทั่วทุกอนูทั้งเพลงดนตรีและภาพยนตร์ ต้นปี 2497 บางชาหัวลำโพงอายุ 26 ปีเป็น หัวหน้าคุมคิวรถสายกรุงเทพโคราชทำมาหากิน
ถิ่นใครถิ่นมันไม่รุกล้ำล่วงเกินถิ่นของ ใครอื่นและคนอื่นก็จะล้ำเส้นเข้ามาไม่ได้ เช่นกันเรื่องนี้วงการนักเลงเขารู้กันพวก หากินทับเส้นคนอื่นเขาไม่เรียกนักเลงแต่ นั่นคือพวกอันธพานขณะที่บางชาหัวลำโพงคุม รถล่องกรุงเทพโคราชเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า อยู่นั้นมีอยู่เที่ยวหนึ่งเป็นเที่ยวที่ รถกำลังวิ่งออกจากโคราชมุ่งหน้ากลับ กรุงเทพฯปรากฏว่ารถแน่นเอี๊ดกว่าทุก เที่ยวเพราะเป็นช่วงต้นปีเมื่อรถแน่น บังชาหัวลำโพงกับลูกน้องก็เหมือนกับทุก ครั้งคือต้องขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคารถคอย กำกับดูแลสัมภาระมากมายนั้นด้วยอีกทางยาม นั้นตะวันรอนอ่อนแสงแตะยอดไม้เหลืออีกไม่
กี่ศอกกีวาก็จะตกดินอยู่โผล่เพลพบค่ำผี ออกมาตากพระอ้อมม่านสีนินแห่งราตรีค่อยๆ คลี่คลุมพื้นโลกความมืดกำลังเดินทางมาถึง ในอีกไม่กี่อึดใจรถแล่นนั่นมาถึงแก่งคอย สระบุรีตอนนี้เป็นเวลามืดค่ำลงแล้วรถไต่ ทางเสียงดังเอี๊ดอาร์ตไฟหน้ารถส่องเป็นลำ ยาวข้างทางปรากฏร่างชายลึกลับ 3 คนขึ้น หนึ่งในนั้นโบกมือเรียกให้รถจอดพอคนขับ ค่อยๆชะลอและหยุดรถไข้ๆ 3 คนนั้นจึงรู้ ว่าทั้ง 3 ขอติดรถไปลงที่กรุงเทพฯด้วยคน ขับบอกว่ารถเตรียมแล้วพร้อมทั้งตะโกนขึ้น ไปถามหัวหน้าคือบังชาหัวลำโพงบนหลังคารถ ว่าเอาไงดีครับลูกพี่หัวหน้าคุมขี้รถร่าง สูงใหญ่ใจนิ่งอย่างบางชาหัวลำโพงนิ่งอยู่
ครู่นึงก่อนตะโกนต่อไปว่าถ้าพวกเขาจะไป ด้วยจริงๆก็มีที่นั่งเฉพาะบนหลังคารถนี่ แหละถ้าเขาสะดวกใจก็ขึ้นมาชายลึกลับทั้ง 3 ไม่รอช้าพวกเขาตอบตกลงแล้วค่อยๆปีนขึ้นไป นั่งบนหลังคารถอย่างรวดเร็วก็ใครเลยจะคิด ว่าชาย 3 คนที่ร่วมนั่งบนหลังคารถสาย กรุงเทพโคราชไปพร้อมกับบังชาและลูกน้อง ขึ้นนั้นจะเป็นสุรสิทธิ์สัวงศ์พระเอกชื่อ ดังแห่งยุคอีกคนคือชาลีอินทรวิจิตรนัก ประพันธ์เพลงยอดฝีมือทั้งสุรสิทธิ์และ ชาลีต่างเป็นศิษย์เรียนร้องเพลงของครู ล้วนควันธ[เพลง]และชายคนที่ 3 ก็เป็นนัก แสดงเช่นกันคืนนั้นสุรสิทธิ์สัตยวงศ์พระ เอกนักร้องบอกบังชาหัวลำโพงว่าตนกับ
เพื่อนต้องรีบเข้ากรุงเทพฯโดยด่วนเพราะมี [เพลง]งานถ่ายหนังอีกหลายงานที่นั่นพวกตน มาถ่ายหนังที่แก่งคอยพอถ่ายเสร็จก็มืดค่ำ [เพลง]พอดีรถจะเข้ากรุงเทพฯก็หายากเต็มที บังชาหัวลำโพงยิ้มน้อยๆไม่ว่าอะไรมากไป กว่าการพยักหน้ารับช้าๆเป็น[เพลง]การแสดง ออกว่ารับรู้และเข้าใจสิ่งที่พระเอกดัง แห่งยุคกำลังบอกเล่าให้ฟังมิตรภาพค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายใต้ท่าทีที่ให้เกียรติซึ่ง กันและกันต่างฝ่ายต่างรู้สึกถูกชะตาซึ่ง กันและกันอย่างประหลาดพอรถแล่นถึง ปลายทางคือกรุงเทพฯเรียบร้อยก็เป็นเวลา ดึกดื่นมากแล้วสุรสิทธิ์กับชาลีและเพื่อน นักแสดงชายอีกคนกล่าวขอบคุณและบอกบังชา
04:32หัวลำโพงว่าหากวันไหนว่างจากการถ่ายหนัง ถ่ายละครจะแวะมาเที่ยวมาหาด้วยบางชาหัว ลำโพงหัวหน้าขุมขิวรสยิ้มกว้างอย่างคนใจ ดีใจกว้างบอกว่ายินดีต้อนรับแล้ว สุรสิทธิ์สัวงศ์กับชารีอินทรวิจิตรก็ได้ ทำตามที่พูดไว้ทุกประการเขาทั้งสองได้ เที่ยวแวะเวียนมาหาบางชาหัวลำโพงแถว วังบูรพาไม่ก็แถววงเวียนที่ 12 ไม่ได้ขาดครั้งหนึ่งขณะพูดคุยสนทนากันอยู่ เพลินๆชาลีอินทรวิจิตรนักประพันธ์เพลงมือ เอกซึ่งเป็นผู้กำกับหนังและศิลปินแห่ง ชาติในเวลาต่อมาได้ลองถามเพื่อนใหม่ผู้ กลายมาเป็นเพื่อนสนิทอีกคนอย่างบางชาหัว ลำโพงหัวหน้าคุมขี้รถสายกรุงเทพโคราชว่า
รูปร่างหน้าตาบุคลิกท่าทางสง่าน่ามองแบบ นี้ไม่สนใจอยากเข้าวงการมาลองแสดงหนังกับ เขาบ้างรึบังชาหัวลำโพงได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยิ้มออกมาตามนิสัยคนยิ้มง่ายก่อนจะ ตอบคำถามแบบแบ่งรับแบ่งสู้ออกไปว่าไม่รู้ สิเพราะบางชายยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะพอ เล่นหนังเล่นละครกับใครเขาได้แต่ชอบดู หนังโดยเฉพาะหนังของฮัมฟรี่โบกนักแสดงชาว อเมริกันผู้ที่ได้รับการจัดอันดับจาก สถาบันภาพยนตร์อเมริกันให้เป็นนักแสดง อันดับ 1 ในรอบ 100 ปีเรื่องคาซาบังก้าปี 2485 บางชาหัวลำโพงสารภาพว่าชอบดาราท่านนี้มาก ขนาดเคยเลียนแบบท่าทางคีบซิก้าของฮัมฟรี่ โบกมันเป็นท่าประจำของตัวเองเลยทีเดียว
ตอนชาลีอินทรวิจิตรถามว่าเล่นหนังมั้ย บางชาหัวลำโพงตอบออกแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ไม่รู้สิไม่แน่ใจนั้นเป็นต้นปี 2497 และวันเวลาเดินทางของมันไปเรื่อยๆจน กระทั่งปีเดียวกันคือในช่วงปลายปี 2497 ชาลีอินทรวิจิตรก็ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ทีนี้เขาก็ไม่ได้พูดพร่ามทำเพลงได้ชวน บังชาหัวลำโพงไปเป็นนักแสดงอย่างจริงจัง และตรงไปตรงมาเมื่อบังชาตอบตกลงเพราะทน การรบรอของเพื่อนไม่ไหวชาลีอินทริตรได้พา บังชาหัวลำโพงไปฝากตัวไว้กับบรรเจิดทวี นักเขียนนักประพันธ์เจ้าของนามปากกาแดง รวีบรรเจิดทวีกำลังเตรียมนำบทประพันธ์ยอด ฮิตของอรวัเรื่องยอดคนมาสร้างเป็น
ภาพยนตร์พอบรรเจิดทวีเห็นบังชาหัวลำโพง เป็นครั้งแรกก็รู้สึกพออกพอใจในรูปร่าง หน้าตาของหัวหน้าคุมคิวรถคนนี้เป็นอย่าง มากเพราะบุคลิกท่าทางตรงตามบทประพันธ์ทุก ประการเมื่อมาถึงตรงนี้จากบังชาหัวลำโพง ได้กลายเป็นเกชาเปลี่ยนวิถีตอนนั้นเขา อายุ 29 ปีและหนังเรื่องยอดคนปี 2498 ถือ เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของเกชาในฐานะ พระเอกรับบทเป็นภูมิศรีหาราชมีนางเอกคือ ผุษฎีมาไภัยคุณผุษฎีมาไภัยท่านผู้นี้เป็น ภรรยาของไพรัตน์สังริบุตรผู้กำกับผู้จัด ละครและศิลปินแห่งชาติท่านเป็นป้าแท้ๆของ นางเอกมนฤดียมาไภัยและเป็นน้องสาวของนัก แสดงอาวุโสบรรเจิดศรียมาไภัยในเรื่องนี้
รับบทเป็นเกตสราเรื่องยอดคนได้ประทีป กมลพิษเป็นผู้กำกับการแสดงหนังเข้าฉายที่ โรงภาพยนตร์ควีนในวันที่ 26 พฤษภาคม 2498 หนังประสบความสำเร็จพอสมควรหลังแจ้งเกิด ในบทพระเอกเตรียมตัวในหนังเรื่องยอดคน แล้วเกชาเปลี่ยนวิถีก็ได้เล่นหนังเรื่อง ที่ 2 ทันทีนั่นคือเรื่องไพรกว้างบท ประพันธ์ของอรวันเจ้าเก่าโดยผู้อำนวยการ สร้างหรือนายทุนเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนัก เลลงดังจาก 13 ห้างบางลำพูเขาคนนี้คือ ปริญญาทัศนียกุลเป็นเจ้าของโรงหนัง บุษยพันธ์คนดังแถวบางลำพูผู้หันมาเอาวดี ทางด้านทำหนังอย่างปริญญาทัศนียกุลเรื่อง ของเรื่องก็คือเขาเกิดชอบการแสดงของเกชา
เปลี่ยนวิถีในเรื่องยอดคนคิดอยากสร้าง หนังและให้เกชามาแสดงบ้างจึงได้ซื้อบท ประพันธ์เรื่องไพรกว้างจากอรวันมาให้พระ เอกเก่าอย่างวัดสันสุนทรปักสินมาเป็นผู้ กำกับได้สุขศรีพระมรพิบูลย์มาเป็นนางเอก ปรากฏว่าหนังเรื่องไพรกว้างถ่ายทำยืด เยื้อยาวนานมากและก่อนจะได้เข้าฉายก็ปาไป เกือบปีคือฉายวันที่ 24 มกราคม 2500 ที่ โรงภาพยนตร์นิวโอเดี้นรายได้ก็ถือว่าไม่ ขาดทุนระหว่างที่รอหนังฉายนี่เองอัศวิน ภาพยนตร์โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า พนุพันธยุคได้สร้างหนังเพื่อฉลอง 25 ศตวรรษขึ้นเรื่องนเรศวรมหาราชจึงได้ติด ต่อเกชาเปลี่ยนวิถีมารับบทพระเอกเป็น
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกบกับนางเอกตอน นั้นคือรัตนาภรอิทรกำแหงแต่ปรากฏว่ามี เหตุการณ์น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นขณะถ่ายทำปี 2499 ทางการมีนโยบายปราบปรามผู้มี อิทธิพลทั่วประเทศทั้งนักเลงน้อยใหญ่ตาม ตรอกซอกซอยกวาดล้างโรงฝิ่นซ่องซุ้ม มือปืนรับจ้างคนคุมคิวรถสายต่างๆและหนึ่ง ในรายชื่อบัญชีดำของทางการมีเกชาเปลี่ยน วิถีรวมอยู่ด้วยเกชาเปลี่ยนวิถีไม่เคยรู้ ตัวมาก่อนเลยว่าตัวเองมีชื่อติดอยู่ใน บัญชีดำวันนั้นกำลังถ่ายทำหนังเรื่อง นเรศวรมหาราชศีลแรกเกชาเปลี่ยนวิธีก็ถูก เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวกลางกองถ่ายเอา กองถ่ายวุ่นวายกันไปหมดสุดท้ายต้อง
เปลี่ยนตัวพระเอกจากเกชาเปลี่ยนวิถีมา เป็นชูชัยพระขันชัยพระเอกจากเรื่องพันธุ ท้ายนรสิงห์เพราะเห็นว่าเกชาเปลี่ยนวิถี คงไม่ได้ปล่อยตัวออกมาง่ายๆแน่เกชาถูกควบ คุมตัวไปและรับปากกับผู้หลักผู้ใหญ่ใน บ้านเมืองว่าจะเลิกเป็นนักเลงคุมคิวรถสุด ท้ายเขาถูกปล่อยตัวออกมายุติชีวิตการเป็น นักเลงนับตั้งแต่วันนั้นเกชาเปลี่ยนวิถี ได้ออกจากวงการบันเทิงไปนานถึง 7 ปีผัน ตัวเองไปใช้ชีวิตสงบเงียบเรียบง่ายที่ จังหวัดราชบุรีโดยได้ทำงานที่โรงโม่หิน แห่งหนึ่งกระทั่งถึงปี 2508 ปริญญา ทัศนียกุลนายทุนใหญ่เจ้าของโรงหนัง บุษยพันธ์ผู้เคยสร้างหนังเรื่องไพรกว้าง
ให้เกชาเปลี่ยนวิถีเป็นพระเอกมาแล้วคราว นี้ปริญญาทัศนียกุลจะสร้างหนังฟอร์มยักษ์ ขึ้นได้พระเอกแล้วคือมิชชัยกับลือชัย นฤนาถแต่อีกบทสำคัญยังหานักแสดงที่เหมาะ สมไม่ได้นั่นคือบทเจ้าพ่อหัวหน้าองค์กร ร้ายระดับชาติปริญญาทัศนียกุลนึกถึงเกชา เปลี่ยนวิถีขึ้นมาทันทีบุคลิกน่าเกรงขาม เจ้าพ่อหัวหน้าผู้ก่อการร้ายผู้คีบซิก้า คานิ้วจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอดีต[เพลง] หัวหน้าคุมคิวรสนามเกชาเปลี่ยนวิถีคนนี้ เกชานึกไปถึงฮัมฟรี่โบกดดาราในดวงใจของตน จึงได้เสนอคาแรคเตอร์นี้แก่ปริญญา ทัศนียกุลและผู้สร้างหนังอดีตนักเลลงจาก 13 ห้างบางลำพูอย่างปริญญารู้สึกชอบเป็น
อย่างมากนับจากนั้นเป็นต้นมาหนังเรื่อง เพชรตัดเพชรในปี 2509 ได้สร้างเกชา เปลี่ยนวิถีขึ้นมาอีกครั้งในมาสดเจ้าพ่อ ใหญ่มือครีบซิก้าไม่ใช่นักเลงบ้านนอกขี้ ยาอีกต่อไปหลังจากหนังเรื่องเพชรตัดเพชร ออกฉายในปี 2509 เกชาเปลี่ยนวิถีโด่งดัง ยิ่งกว่าพระเอกเสียอีกเขากลายเป็นเจ้าพ่อ จริงๆในโลกภาพยนตร์ไปแล้วมีผู้สร้างติด ต่อให้เกชาเล่นหนังอีกมากมายชื่อเสียง โด่งดังเป็นพรุแตกไม่มีอะไรจะฉุดจุดยั้ง ได้อีกต่อไปการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีของ เกชาเปลี่ยนวิถีได้รับการต้อนรับจากผู้ชม ในฐานะดาวร้ายผู้สง่างามจนขนาดเขาอยาก สร้างหนังขึ้นมาเองสักเรื่องนึงแต่หนัง
ที่เกชาเปลี่ยนวิถีเขียนบทเองลงทุนเอง กำกับเองในชื่อเรื่องว่าเหนือบารมีที่ กว่าจะได้เข้าโรงฉายจากที่สร้างปี 2512 ก็เลื่อนไปฉายปี 2514 หนังก็ขาดทุนไม่ เป็นท่าแถมเรื่องที่เล่นเป็นพระเอกประกบ กับสมบัติเมทานีในเรื่องดอนเจดีย์กับ เรื่องพยัคฆ์เหนือเสืออีสานยมบาลใต้และ แม้แต่บทร้ายในเรื่องคมแฝกทั้ง 3 เรื่อง นี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องใดได้แถม ถูกเบี้ยวฆ่าตัวอีกต่างหากในหลายๆเรื่อง ปี 2514 เกชาเปลี่ยนวิถีจึงตัดสินใจถอน ตัวออกจากวงการอีกครั้งแต่แล้วดาวก็คือ ดาวเกชาเปลี่ยนวิธีได้กลับเข้ามาอีกครั้ง ทีนี้เขาโด่งดังขึ้นมากกว่าเดิมในบทของ
จ่าถมนิยมไถคู่ปรับตลอดกาลกับเพิกชุมแพใน หนัง[เพลง]เรื่องชุมแพปี 2519 ของวสัน สันติสุชาเกชาเปลี่ยนวิธีปิดฉากงานแสดงลง ในปี 2532 2 หันไปทำงานด้านศาสนาอยู่ที่ จังหวัดราชบุรีจนได้รับตำแหน่งโต๊ะ อิหม่ามคือผู้อาวุโสที่เป็นผู้นำในพิธี ทางศาสนาอิสลามเกชาเปลี่ยนวิถีกลับมารับ งานแสดงอีกครั้งในเรื่อง 5 แพร่งในปี 2552 [เพลง]ของค่ายหนัง GTH ตอนห้องเตียงรวม แสดงเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเตียงข้าง เคียงกับนักแสดงหนุ่มแดนวรเวชดานุวงศ์ดาว ร้ายในตำนานท่านนี้มีชื่อและนามสกุลจริง ว่าเกชาแดนมะตามเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2469 9 ที่อำเภอบ้านโป่งจังหวัด
ราชบุรีในวัยหนุ่มเคยใช้ชีวิตอย่างนักเลง มาก่อนและเคยทำอาชีพคุมคิวรถเมล์เริ่ม ชีวิตการเป็นนักแสดงตั้งแต่ปี 2498 ในเรื่องยอดคนโดยรับบทเป็นพระเอกและภาพจน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเกชาเปลี่ยนพิธี ก็คือเรื่องไพร่กว้างในปี 2499 เขารับบทเป็นพระเอกเช่นกันเกชาเปลี่ยน วิถีเสียชีวิตเมื่อ 28 กรกฎาคม 2564 ด้วยอาการติดเชื้อโควิด-19[เพลง] ศิษย์สิริอายุ 95 ปีตำนานนักเลลงนอกจอ เจ้าพ่อในฟิล์มผู้มีฮัมฟรี่โบกดเป็นแรง บันดาลใจลงชั่วนิรันดร์เกชาเปลี่ยนวิถี ด้วยคารวาลัยและเคารพยิ่งครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *